[SF] Kiss me ... My Chocolate Kiss
posted on 12 Aug 2010 16:05 by guggigsanctuary
Title : Kiss me ... My Chocolate Kiss
Paring : Junho ❤ Wooyoung
Auther : GugGig
Rate : G
GugGig Talk : สั้นๆแต่มันอัดอั้นอยากระบายมานานหลังจากดูละครเรื่องนี้ 5555555 แม่ยกโฮด้งตายกันเป็นทิวแถว อิป้าคนนี้ก็เช่นเดียวกัน
Kiss me..
I want you to kiss me…
Kiss me..
I wanna kiss you over and over…
Kiss me..
You are my first kiss…
Kiss me..
You always be my chocolate kiss…
Kiss me..
ผมนอนมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกแปลกตา ถึงผมและเพื่อนในวงจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ร่วมเดือน แต่คิวงานที่แน่นเสียจนไม่มีเวลามานั่งสังเกตว่า ลักษณะภายในห้องเป็นแบบไหน สีอะไร กลับถึงห้อง หัวถึงหมอนก็หลับทันที รู้สึกตัวอีกทีก็ต้องตื่นไปทำงาน แต่วันนี้ต่างออกไป
ผมมีวันว่างตั้ง 1 วัน
ใช่ครับ ว่างตั้ง 1 วัน แต่ผมกลับไม่มีอะไรทำ ได้แต่นอนมองเพดานห้องนอนตัวเองมาจะครบ 1 ชั่วโมงแล้ว ครั้นจะลุกขึ้นไปเล่นเกมส์ คู่ขาเล่นเกมส์อย่างชานซองก็กลับไม่อยู่ หรือจะไปนั่งแต่งเพลง พี่จุนซูกับพี่คุณก็ดันไม่อยู่เช่นกัน หรือจะไปนั่งหามุขเอาไว้ใช้อัดรายการอินกิอาทิตย์หน้า พี่แทคยอนก็ไม่อยู่เสียอย่างนั้น สรุป
นอนหายใจทิ้งนี่คงดีที่สุด
หรือผมจะกลับบ้านที่ปูซานดี? ไม่ดีกว่า อาการเหนื่อยล้าจากตารางงานทำให้ผมไม่อยากนั่งรถนานๆ นอนเหยียดแข้งขาสบายๆแบบนี้ดีกว่าเป็นไหนๆ ว่าแล้วก็กลิ้งพลิกตัวไปมา เพราะขืนนอนนิ่งนานๆอาจจะกลายเป็นอัมพาตได้ กลิ้งเป็นลูกข่างได้เพียงครู่ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นไปยิบโน้ตบุ้คขึ้นมาเปิด
เปิดเข้าเวบนู้น เข้าเวบนี้ด้วยยูสเสอเนมและพาสเวิร์ดที่พี่แทคฮยอนจอมเช็คเรตติ้งสมัครทิ้งไว้ ก่อนจะลองเปิดเข้าเวบยูทูบ แล้วพิมคำว่า 2PM เพื่อหาคลิปตามรายการหรือแม้กระทั่งบรรดาแฟนแคม เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นจำนวนที่มากมายกว่าที่คาดเอาไว้
สองมือจึงพิมพ์คำว่า Wooyoung 2PM แล้วกด เอนเตอร์ ก่อนจะร้องเสียงดังเมื่อจำนวนรายการที่ขึ้นมานั้นมากมายจนไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน
09.12.29 You are beautiful [2PM]
ผมเลื่อนเม้าส์กดคลิกหลังจากจ้องมองพร้อมกับคิดอะไรบางอย่างเพียงครู่เดียว ปล่อยทิ้งไว้สักพักจนโหลดเต็มหลอดจึงกดเล่นพร้อมขยายเต็มหน้าจอ ผมเผลอหัวเราะออกมาเบาๆกับ กริยาและท่าทางที่ผมแสดงในรายการนี้ จำได้ว่าทั้งอายทั้งตลกในเวลาเดียวกัน
จนถึงฉากที่ถ่ายนานและโดนสั่งเทคหลายครั้ง ทั้งที่พอตัดต่อออกมามันใช้เวลาไม่กี่วินาทีให้คนได้ชม แต่จะมีใครรู้ไหมว่าวันนั้นเป็นวันที่ผมเขินอายจนแทบอยากเรียกยานแม่กลับดาวเสียเดี๋ยวนั้น เพราะอะไรน่ะหรือครับ
ก็หมอนั่น...
ลีจุนโฮ...
ผมเผลอย่นจมูกใส่คนในจอด้วยความหมั่นใส้ ก่อนจะปล่อยให้ภาพในจอเล่นต่อไปจนถึงฉากจบ ผมยกมือขึ้นทาบแก้มสองข้างที่รู้สึกว่ามันร้อนขึ้นเรื่อยๆ กลีบปากแดงยกยิ้มชอบใจเมื่อคำพูดคนหน้าตี๋พูดนั้นดังฟังชัดภายในห้องเงียบๆเช่นนี้
"ฉันไม่แคร์ว่านายจะเป็นผู้ชายหรือเป็นเอเลี่ยน ..." สีหน้าจริงจังจนผมเผลอประหม่า
"ฉันชอบนาย"
อ๊า..... ผมอยากระเบิดตัวเองทิ้งมากเลยครับตอนนี้ ทั้งที่มันเป็นแค่บทละครที่เขียนขึ้นมา และพวกผมทั้งหมดต้องแสดงไปตามนั้น แต่จะมีใครรู้บ้างว่า วันแรกที่ได้อ่านบท ผมแทบอยากจะแลกบทกับใครก็ได้ ขอแค่ไม่ต้องพูดประโยคนี้ให้หน้าตี๋ฟังเอง หรือ ฟังประโยคหวานเลี่ยนจากปากคนนี้
นึกไปถึงวันถ่ายรายการ ร่างกายและใบหน้าผมเหมือนจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ
++ ย้อนไปวันอัดรายการ ++
"คัท !!!!"
เสียงผู้กำกับดังขึ้นเป้นครั้งที่ 5 หลังจากที่ผมพยายามก้มลงไป จูบ ... ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอกครับ แถมใครคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นไกล หนุ่มหน้าตี๋ ลีจุนโฮ รุ่นน้องร่วมวงของผมเอง
"อูยอง นายจะเขินอะไรหนักหนา นี่รอบที่ 5 แล้วนะ ถ้าให้ deep kiss ปากไม่เจ่อกันไปแล้วเรอะ" เสียงผู้กำกับดังลั่นไปทั่วบริเวณ ผมลุกขึ้นมายืนที่พื้นก่อจะก้มหัวขอโทษอีกครั้ง
"ให้พัก 20 นาที เอ้า พักกอง !!!" ผมถอนหายใจหนักเพื่อไล่ความอึดอัดมากมายที่ทับถมสองไหล่ให้ผมรู้สึกหนักอึ้ง ก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของมือหนาที่จับต้นแขนผมพร้อมกับออกแรงดึงให้เดินตาม
"จะไปไหน?" ผมออกแรงขืนไว้ไม่ยอมเดินตาม
"มาเถอะน่า" อีกคนไม่ขยายความก่อนจะออกแรงมากกว่าเดิม จนผมยอมเดินตามไปเงียบๆ แล้วหยุดยืนนิ่งเมื่อถึงห้องพักด้านบน ของตัวบ้าน
"นั่งลง" ผมนั่งลงตรงปลายเตียงตามแรงกดที่ไหล่ เงยหน้ามองคนชอบสั่งที่เดินปีนขึ้นมานั่งบนเตียงเช่นเดียวกัน สองมือหนานั้นบีบนวดไหล่ผมทั้งสองข้างไปมา หนักบ้าง เบาบ้าง ทำให้ร่างกายที่กำลังเครียดขึงนั้นผ่อนคลายกล้ามเนื้อ รู้สึกสบายตัวและใจขึ้นมาบ้าง
"ขอบใจนะ จุนโฮ" ผมพูดขอบคุณออกไปหลังจากที่จุนโฮนวดคลายกล้ามเนื้อผมจนรู้สึกดีขึ้น ผมลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมาเพื่อไล่อาการเมื่อยล้า
"ลงไปข้างล่างกันเถอะ" ผมหันไปบอกก่อนจะเดินนำไปที่ประตู มือที่กำลังบิดกลอนประตูต้องชะงักเมื่อสองมือกว้างวางทาบบานประตูจากด้านหลังของผม ร่างกายเกร็งเยือกเมื่อลมหายใจอุ่นๆรินรดตรงซอกคอ มือหนาคว้าเอวให้ผมหันไปเผชิญหน้ากัน แต่ผมยังคงแน่วแน่ในการจ้องมองพื้นห้อง
"มาซ้อมกันก่อนไหม?" ผมสั่นหัวน้อยๆ ก่อนจะหลับตาแน่นเมื่อปลายจมูกอีกคนกำลังสัมผัสแก้มร้อนผ่าวของผม
"คิดเสียว่ามันคืองาน มันแค่บทละคร ก็พอ" หัวใจผมกระตุกก่อนจะหล่นลงพื้น ตวัดสายตาไม่พอใจมองคนหน้าทะเล้นที่กดยิ้มมุมปาก
"ถ้าอย่างนั้น ... หลับตาลง แล้วนึกถึงแต่ฉัน นึกเสียว่ามีเราแค่สองคน ไม่มีใคร ไม่ใช่งาน ไม่ใช่บทละคร ..." ผมหลับตาปล่อยใจไปตามเสียงกระซิบชิดริมหู
"มีแค่ เราสองคน"
กลีบปากแดงจัดของเราทั้งคู่แตะกันแผ่วเบา วินาทีนั้นหัวสมองผมกลับว่างเปล่า สติลอยคว้างเมื่อสัมผัสนุ่มนวลนั้นแนบปากกดจูบลึกมากกว่าเดิม ความอุ่นซ่านทวีความรุ่มร้อนให้กลีบปากเราทั้งคู่แนบชิดให้มากยิ่งขึ้น จุนโฮดูดดึงริมฝีปากแดงฉ่ำก่อนแทรกลิ้นควานหาความหวานหอมนุ่มลิ้น เปลี่ยนองศาให้แนบจูบได้รุ่นร้อนขึ้นทีละนิด
ผมหายใจหอบเมื่ออีกคนผละออก สองมือที่สั่นน้อยๆเกาะไหล่จุนโฮเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวไม่ให้ล้มลงกองที่พิ้นห้อง ริมฝีปากของจุนโฮยังคงคลอดเคลียแก้มแดงเรื่อ ดูดดึงกลีบแดงช้ำไปมา ก่อนจะพูดเสียงแตกพร่าให้หัวใจผมเต้นรัวแรง แล้วชิงลมหายใจผมไปอีกครั้ง
"คิดถึงแค่ จูบ ของเราสองคน .."
++ กลับมา ณ ปัจจุบัน ++
ผมยกปลายนิ้วแตะริมฝีปากที่ยังจำรสจูบที่อีกคนมอบให้ เม้มปากแน่นก่อนกดหน้าลงกับหมอนนุ่มแล้วร้องเสียงดังลั่นเพื่อไล่ความฟุ้งซ่านที่กำลังเอ่อล้น ปัดป่ายแขนขาลงบนเตียง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ลุกขึ้นนั่งตัวตรง หายใจเข้าออกลึกๆเพื่อเรียกสติและสมาธิที่กระเจิงหายไป
ผมหันมาสนใจโน้ตบุ้คอีกครั้ง จนกระทั่งเจอข่าวงานมือถือที่ผ่านมา ถ้าจำไม่ผิดวันนั้นพิธีกรถามจุนโฮเรื่องจูบ มอนั่นกลับไม่ตอบ หัวเราะเขินอายให้พี่แทคฮยอนตอบแทน ผมหันไปมองแล้วนึกหมั่นใส้ขึ้นมาตะหงิดๆ อายเป็นด้วยเหรอ ลีจุนโฮ !!!
แถม
วันนี้เป็นวันแห่งความรัก
วันที่ 14 กุมภาพันธ์
ทำไมผมจึงนอนแกร่วอยู่บ้านเพียงลำพังแบบนี้ครับ !!!
ทั้งที่อยากอาละวาดให้บ้านพัง แต่ท้ายสุดก็ทำได้เพียงฮึดฮัดอยู่คนเดียวแบบนี้ ผมเหลือบตามองจอโน้ตบุ้คอีกครั้ง ก่อนจะเปิดละครเรื่องนั้นดูอีกรอบ ก่อนจะกดหยุดตรงช่วง จุนโฮบอกรักด้งโกมีนัม
"ไหนนายบอกว่าชอบฉัน แล้วทำไมวันนี้ถึงทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวเล่า ไอ้บ้า !!!" ผมตะโกนใส่หน้าคนในจอเสียงดังลั่นห้อง หอบน้อยๆก่อนจะทิ้งตัวลงนอนมองเพดานห้องอีกครั้ง อดไม่ได้ที่จะนึกไปถึงวันที่ถ่ายฉากนี้จบ
ทั้งที่ฉันเชื่อคำพูดของนาย
จุนโฮ
++ ย้อนไปวันอัดรายการ(อีกรอบ) ++
หลังจากจบเสียง คัท เมื่อการถ่ายทำที่แสนยากลำบาก(ในความคิดของผม)จบลง เสียงแสดงความยินดีดังก้องไปทั่วบริเวณกว้าง ผมยิ้มรับและโค้งขอบคุณทีมงานทุกๆคนที่ดูแลและให้คำแนะนำเล็กๆน้อยๆ ให้พวกผมทั้ง 6 คนที่ถือว่าใหม่มากในการแสดงละคร
ผมเดินไปตามคลื่นฝูงชนที่ล้อมหน้าล้อมหลัง จนหยุดยืนนิ่งเพียงลำพังเมื่อผมขอตัวเข้าห้องน้ำ ยกมือขึ้นลูบละอองน้ำที่เกาะบนกระจกแล้วยิ้มให้เงาที่สะท้อนกลับมา ก่อนจะล้างมือล้างหน้า จัดการธุระส่วนตัวก่อนจะออกไปเก็บของเตรียมตัวกลับ
ผมชะงักเมื่อเปิดประตูห้องน้ำเจอจุนโฮนั่งยิ้มเกลื่อนใบหน้าอยู่ตรงเก้าอี้ กวาดตามองไปรอบๆห้องจึงรู้ว่ามีแค่จุนโฮและผมอยู่ในห้อง ผมหลบตาเรียวที่จ้องมองมาแล้วเดินเลี่ยงไปอีกมุมสอดสายตามองหากระเป๋า
"พี่มินแจเอากระเป๋านายไปเก็บที่รถแล้วละ"
"อ้อเหรอ .. ถ้างั้นเราก็ลงไปกันเถอะ ป่านนี้รอที่รถแล้วละมั้ง" ผมเอ่ยชวนก่อนจะสาวเท้าไปที่ประตูห้องให้เร็วที่สุด แต่เหมือนอีกคนจะไวกว่า ทั้งที่ช่วงขาและส่วนสูงผมมากกว่าจุนโฮ แต่เหมือนผมจะทำอะไรช้ากว่าไปเสียหมด แม้กระทั่งหนีเอาตัวรอด
ผมหลับตาแน่นเมื่อถูกจู่โจมจากข้างหลัง(อีกรอบ) ยกสองมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง ถอยหลังแนบกำแพงเป็นที่ยึดเหนี่ยวเมื่อโดนจับหมุนให้มาเผชิญหน้า กดคางจนแทบจะชิดอกเมื่อลมหายใจอุ่นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"ไม่อยากฟังที่ฉันจะบอกหรือ?" ผมส่ายหัวแรงๆ กดฝ่ามือแนบใบหูให้มากขึ้น แต่ผมยังคงได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ เรียกความร้อนสูบฉีดและแผ่กระจายไปทั่วทั้งตัว
"แต่ฉันอยากบอกอีกรอบ ..." ผิวกายผมเย็บวาบก่อนจะร้อนรุ่มไปทั่ว เมื่อเสียงกระซิบพร้อมลมหายใจอุ่นรินรดหลังฝ่ามือของผม
"ฉันไม่แคร์ว่านายจะเป็นผู้ชายหรือเป็นเอเลี่ยน ..."
พอเถอะ ผมจะระเบิดร่างกลับไปเกิดใหม่ที่ดาวแม่แล้ว !!!
"ฉันชอบนาย"
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ผมเผลอร้องลั่นบ้านอีกครั้งเมื่อจบความทรงจำที่ทำยังไงก็ลืมไม่ลงนั้นฉายชัด คำพูดที่ได้ฟังนั้นกรอกลับไปมาให้หัวใจผมเต้นไม่ปกติ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกครั้งที่นึกถึง ทำไมมีแค่ผมที่รู้สึกไม่ชินเสียที ทำไมมีแค่ผมที่รู้สึกเขินอายเวลาจุนโฮแสดงความรักไม่แคร์สื่อ(?) ทำให้ผมต้องแสดงอาการหงุดหงิดกลบเกลื่อนความอาย
ทั้งที่ผมรู้สึกดีมากมาย (ย ยักษ์สิบแปดล้านตัว)
"ร้องอะไรดังลั่นบ้านน่ะ? อูยอง"
ผมสะดุ้งสุดตัวที่จู่ๆก็มีเสียงแทรกความเงียบในห้องดังขึ้น ใบหน้าซีดเผือดก่อนแดงก่ำเมื่อเห็นว่าใครคือบุคคลที่เข้าห้องมาโดยพละการ เผลอขมวดคิ้วย่นจมูกส่งให้
"เคาะประตูก่อนเป็นไหม จุนโฮ"
"เคาะทำไม ก็นี่ห้องฉันเหมือนกัน" ผมเบะปากให้กับคำแก้ตัว ถึงมันจะจริงอย่างที่พูดก็เถอะ
"ดูอะไรอยู่หรือ?" ผมสะดุ้งอีกครั้งก่อนจะใจหายวาบ หันมาที่จอภาพที่ยังค้างที่หน้าจุนโฮหัวหยอยทำหน้าเครียด ผมรีบเอื้อมมือไปปิดฝาโน้ตบุ้คลงแต่มือหนาที่โคตรจะไวแสงคว้าหนีไปได้ก่อน
ผมสบถออกมาเบาๆ แต่อีกคนทำไม่ได้ยิน นั่งลงบนเตียงเดียวกับผม ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนเอาหัวทุยๆนั้นวางแหมะลงที่ต้นขาของผม ผมก้มลงมองในฉวยโอกาสด้วยความโมโห อยากจะดันหัวแล้วถีบตกเตียงเสียเดี๋ยวนั้น แต่รอยยิ้มเทวดานั้นส่งมาทำให้ผมไม่ลงมือทำจริง ได้แค่คิด ผมสะบัดหน้าหนีพยายามกลั้นยิ้มด้วยการเม้มปากแน่น
น่ารักอิ๋บอ๋ายเลย
"ฉันชอบละครเรื่องนี้จัง" จุนโฮพูดขึ้นหลังจากกดเล่นไปได้แค่ นาทีเดียว
"บทน้อยแบบนั้น ชอบไปได้ยังไง ท่าจะบ้า"
"ถึงจะบทน้อย แต่คนเขียนบทได้ถูกใจฉันมากนี่" ผมตวัดตาลงมองตาตี่ๆที่เงยหน้ามามองอย่างล้อเลียน
เดี่ยวพ่อจิ้มตาบอดซะดีไหม?
"เหรอ .. ถูกใจฉากไหนละ?" ผมถามติดประชด แต่ใครจะรู้ ว่าผมอยากรู้จริงๆนะครับ ว่าหมอนี่ชอบฉากไหน
"อยากรู้เหรอ? ฉันนึกว่าอูยองรู้แล้วเสียอีก" ผมตวัดสายตาด่าในใจอีกครั้ง
ถ้ารู้ จะถามหาเหาเหรอครับ?
"บอกอีกรอบก็ได้" จุนโฮลุกขึ้นนั่งก่อนจะขยับไปวางโน้ตบุ้คลงที่พื้นข้างเตียง ผมหันหน้าไปมองก่อนจะเตรียมขยับตัวหนีเมื่อเห็นว่าอีกคนส่งสายตาประหนึ่งเหมือนหมาป่าล่าเหยื่อมาให้ ผมไม่ใช่ไก่ให้ใครมาแทะ ตอดเล็กตอดน้อยแบบนี้นะครับ
ผมเขิน !!!
ผมครางในลำคอเมื่อท้ายที่สุด ผมก็หนีไม่พ้น แถมโดนจับกดลงกับเตียง อยู่ในท่าไม่ปลอดภัยแบบนี้ ผมเสมองเพดานห้องเมื่อปลายจมูกเย็นๆซุกซนตามแนวแก้มที่กำลังร้อนฉ่าของผม ร่างกายที่เกร็งนั้นผ่อนคลายลงเมื่อจูบเบาๆนั้นเกลี่ยไปทั่วใบหน้า ในที่สุด ผมจึงยอมสบตา
ดวงตาเรียวเล็กนั้นจ้องมองมาแน่วแน่ จนผมเห็นแววตาของตัวเองที่สะท้อนแก้วตาสีสวยคู่นั้น ผมแย้มยิ้มชอบใจ และยอมรับกับตัวเองว่าผมรู้สึกอย่างไร และได้รอยยิ้มหวานบาดใจส่งคืนกลับมาเช่นกัน จุนโฮโน้มหน้าแตะริมฝีปากแผ่วเบา แต่อุ่นซ่านจนร่างกายสะท้านสั่น
ผมชอบรสจูบที่จุนโฮมอบให้
สองมือหนาที่กำลังลูบไล้ผิวกายให้ผมเคลิบเคลิ้ม หยุดคิดทุกเรื่องที่รบกวนจิตใจ ปล่อยให้ร่างกายและหัวใจคล้ายตามไปกับสัมผัสที่ชักจูงให้เหมือนอยู่ในความฝันแสนหวาน ยากเกินกว่าจะหักห้ามใจไม่ลิ้มลอง สัมผัสที่อีกคนสื่อให้รับรู้ว่าต้องการกันมากแค่ไหน
ผมก็ต้องการไม่ต่างกันเลย
ผมยิ้มเกลี่ยใบหน้าเมื่อสิ้นคำหวานที่ฟังกี่ครั้งก็ทำเอาหัวใจเต้นแรง สองมือเกาะเกี่ยวผลัดกันป้อนคำหวาน และเปลี่ยนความรู้สึกที่เอ่อล้นผ่านจูบรุ่มร้อน ทั้งที่มีถ้อยคำมากมายอยากจะบอก แต่เหมือนว่าเราทั้งสองคนสื่อถึงกันและกัน ผมแนบจูบอีกครั้งพลางกระซิบเบาๆ
วันแห่งความรัก
ที่ไม่มีทั้งดอกไม้
หรือช๊อคโกแลต
แต่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว
"Kiss me … My chocolate kiss.."
END


เรื่องนี้ก็น่าจิ้นมากมาย จูบจริงไม่มีสแตนอินอีกต่างหาก โอ้ววว
#1 By AFonnii (202.12.97.114) on 2011-01-23 02:31